S-lite

ECCO S-Lite, its lighted ever leather golf shoe, unveiled

 

รองเท้าหนังทีเบาทีสุดเท่าทีเคยมี! ผสมผสานระหว่างหนังสุดพรีเมียมของ ECCO และวัสดุทีผ่านกระบวนการนวัตกรรม ชั้นสูง ผลลัพท์ คือรองเท้ากอล์ฟในแบบ Hybrid ที่ก้าวหน้าล้ำไปอีกขั้น

รองเท้ากอล์ฟที่สมบูรณ์แบบ ของ Ecco คือการเริ่มต้นจากก้าวแรกในการเดินทาง สู่สนามกอล์ฟไม่ว่าจะสนามไหนก็พร้อมทุกสภาวะแวดล้อม แม้ในสภาพที่ร้อน แห้ง หรือเปียกชื่น ที่เป็นอุปสรรคในสนามกอล์ฟ  พร้อมจบเกมส์ด้วยความรู้สึกสบายเท้า พร้อมให้คุณไปต่อในทุกทุกที่หลังจบเกมส์

ECCO S-LITE  หลากสีในสไตล์ที่เป็นคุณ พร้อมเทคโนโลยีพื้นรองเท้า แบบ E-DTS ที่ได้รับรางวัลการออกแบบรองเท้าแบบ Hybrid ทีมี 800 มุมแท่ง ปุ่มสตั๊สทีช่วยยึดเกาะได้ดีเยี่ยมเหมาะสมกับการเล่นกอล์ฟในทุกสภาพพื้นผิว

เฉกเช่นเดียวกัน กับรองเท้า Ecco ส่วนใหญ่จะใช้หนังจามรี (Yak Leather) ได้ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในส่วนบนของรองเท้า (Upper)  ซึ่งมีคุณสมบัติในการกันน้ำและระบายอากาศได้ดี ก้าวล้ำด้วยการปั๊มลายรูปเพชรซึ่งดูมีสไตล์และช่วยให้ลดน้ำหนักของรองเท้าให้เบาขึ้นและระบายอากาศได้ดี

ส่วนของส้นรองเท้าหุ้มด้วยหนังเทียมหนาขึ้นรองรับเป็นพิเศษเพื่อรักษาความมั่นคงในขณะที่สวิงเป็นพิเศษ ดีไซน์สีตัดกับส่วนรองเท้า

พื้นรองเท้า ออกแบบด้านนอกใช้เทคโนโลยี E-DTS Lite ใหม่ ที่ให้ทั้งการยึดเกาะและความยืดหยุ่นโดยการเพิ่มปุ่มสตั๊ด 100 ปุ่มและเพิ่มแรงยึดด้วย 800 มุมแท่งเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเท้าจะมั่นคงทุกครั้งที่คุณยืนอยู่บนกรีน เพื่อสร้างการเล่นกอล์ฟได้มีประสิทธิภาพ

รองเท้ากอล์ฟ Ecco S-Lite นั้นมีส่วนฐานรองเท้าที่หนาน้อยกว่าถึง 66% ของพื้นรองเท้าในแบบ TPU อื่น ๆ ซื่งมาจากกระบวนการผลิตพิเศษแบบใหม่ multi-injection ที่มีการฉีดพื้นฐานรองเท้าประกอบติดกับส่วนรองเท้าด้านบน ซึ่งมีความทนทานมากกว่า รองเท้าที่เย็บหรือติดกาว อีกด้วยเทคโนโลยี Fluidform ซึ่งเป็นกระบวนการ’เปลี่ยนสถานะ’ ที่ใช้วัสดุของเหลวพิเศษที่ช่วยให้ปรับสมดุลทั้งการรองรับแรงกระแทกรู้สึกสบายยืดหยุน ทนทาน

RED DOT DESIGN AWARD

Red Dot คือ สถาบันจัดการประกวดงานออกแบบและผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ ที่มีฐานทัพใหญ่อยู่ที่เยอรมัน โดยเริ่มจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี 1955 เปิดให้นักออกแบบ ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ และผู้ผลิตสามารถที่จะส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้  ทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นที่โดดเด่นในระดับโลก.  Red Dot เน้นย้ำความสำคัญ ของงานออกแบบต่อธุรกิจและสังคม และอัพเดตความเคลื่อนไหวล่าสุดที่เกิดขึ้นในโลกของดีไซน์ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นพลักดันในการพัฒนาวงการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ต่อไปไม่รู้จบ โดยแนวทางการออกแบบที่ Red dot สนใจนั้นไม่มีจำกัด ไม่ว่าจะเรียบง่ายหรือซับซ้อนก็มีสิทธิ์เข้าชิงได้ไม่ต่างกัน แต่ต้องมีการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานกลุ่มเป้าหมาย และมีความเป็นไปได้ที่จะผลิตออกสู่ตลาด รวมถึงสร้างมูลค่าได้จริง โดยตัวรางวัลจะแบ่งออกเป็น 3 สาขา คือ ออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ออกแบบการสื่อสาร (Communication Design) และแนวคิด การออกแบบที่มีความแปลกใหม่และมีโอกาสจะผลิตจริงได้ (Design Concepts)

Scroll to top